อย่าปล่อยให้บุตรหลานเป็นโรคสมาธิสั้น
ตั ว ช่ ว ย สำ ห รั บ ส ม า ธิ สั้ น ใ น เ ด็ ก
แก้ปัญหาบุตรหลานไม่มีสมาธิในการเรียนด้วยการพบตัวช่วยในการฟื้นฟูสมองแบบแมคโครไบโอติกส์ซึ่งเป็นนวตกรรม ที่สมบูรณ์แบบในปัจจุบัน กดที่ภาพ หรือสายด่วน 065-096-4419, 093-264-9053
ศึกษาเรื่องสมาธิสั้น คลิ๊กดู VDO ด้านล่าง
อาการของสมาธิสั้น
อาการของผู้ที่เป็นโรคสมาธิสั้นอาจยังคงอยู่ตลอดจนเข้าสู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ โดยรูปแบบอาการอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อยตามวัย และตามการรักษาดูแลที่ผู้ป่วยได้รับ หรืออาจยังมีบางอาการที่ยังคงอยู่และกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน การแสดงพฤติกรรมของโรคสมาธิสั้นมี 2 รูปแบบหลัก คือ การขาดสมาธิในการจดจ่อหรือตั้งใจทำสิ่งใด และการอยู่ไม่นิ่งและมีความหุนหันพลันแล่น โดยเด็กอาจมีพฤติกรรมรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่มักปรากฏพฤติกรรมทั้ง 2 รูปแบบรวมกัน โดยพฤติกรรมเหล่านั้นจะเป็นอุปสรรคที่ส่งผลให้เกิดความยุ่งยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การเรียน การเข้าสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
อาการที่พบในเด็กและวัยรุ่น
ด้านการขาดสมาธิจดจ่อตั้งใจไม่ตั้งใจฟัง ไม่สนใจในขณะที่มีคนพูดด้วย
ไม่ทำอะไรไปตามขั้นตอน ชอบทำอะไรง่าย ๆ รวบรัด
ไม่ชอบทำอะไรเป็นเวลานาน ๆ มักเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน
ไม่ชอบเรียนรู้เรื่องที่ต้องใช้เวลา เช่น การอ่านเรื่องยาว ๆ
มองข้ามเรื่องสำคัญ ไม่ใส่ใจรายละเอียด จนเกิดความผิดพลาดบ่อย ๆ
มักลืมอุปกรณ์เครื่องใช้หรือสิ่งของจำเป็น เช่น ลืมดินสอ ยางลบ ปากกา หนังสือ ตอนมาโรงเรียน
มักลืมสิ่งที่ต้องทำหรือที่ได้รับมอบหมาย เช่น ลืมทำการบ้าน ลืมการนัดหมาย
วอกแวกง่ายเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น หรือมีความคิดอื่นมากระตุ้นในขณะทำกิจกรรมใด ๆ อยู่
จัดลำดับความสำคัญไม่เป็น เรียงลำดับสิ่งที่ควรทำไม่ได้
บริหารจัดการเวลาได้ไม่ดี ไม่สามารถทำงานเสร็จตามกำหนดการ
หลีกเลี่ยงและไม่ชอบงานที่ต้องใช้ความพยายามมาก ๆ อย่างการทำการบ้าน การเขียนรายงานหรือเรียงความ
มีปัญหากับการทำงานตามกำหนด หรือการเรียน การเล่น กิจกรรมอะไรก็ตามที่ต้องทำตามกฎระเบียบหรือกรอบคำสั่ง
ด้านการตื่นตัว อยู่ไม่นิ่ง และหุนหันพลันแล่น
- พูดมาก พูดไม่หยุด
- นั่งนิ่งอยู่กับที่นาน ๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ
- ว่องไว เคลื่อนไหวรวดเร็ว ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
- มีปัญหาเกี่ยวกับการรอ ไม่ชอบการรอคอย
- ลุกออกจากที่นั่งบ่อย ๆ ในสถานการณ์ที่ควรนั่ง เช่น ขณะกำลังอยู่ในชั้นเรียน ขณะอยู่ที่ทำงาน
- ลุกลี้ลุกลน กระสับกระส่าย จนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์
- ไม่สามารถทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกได้เงียบ ๆ ตามลำพัง
- พูดโต้ตอบสวนขึ้นมาในขณะที่อีกฝ่ายยังพูดหรือถามไม่จบ ไม่รอให้ผู้อื่นพูดจบแล้วค่อยพูด
- พูดแทรกหรือรบกวนในขณะที่ผู้อื่นกำลังพูดหรือทำกิจกรรมใด ๆ อยู่
อาการที่พบในผู้ใหญ่
- ประมาทเลินเล่อ ขาดความใส่ใจในรายละเอียด
- ขี้หลงขี้ลืม
- ร้อนรน กระสับกระส่าย อยู่ไม่สุข
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
- ใจร้อน ไม่มีความอดทน
- ใช้ชีวิตบนความเสี่ยง ประมาท ขับรถเร็ว
- ไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ หรือจัดการได้ไม่ดี
- ชอบพูดโพล่งออกมา ไม่ชอบการทนอยู่เงียบ ๆ
- พูดแทรก ไม่รอให้ถึงจังหวะหรือลำดับของตนเอง
- มักทำงานผิดพลาดอยู่เสมอ
- มีปัญหาเรื่องการจัดการ การจัดลำดับความสำคัญ และการบริหารเวลา
- มักเริ่มทำงานใหม่โดยที่ยังไม่ได้ทำงานเดิมให้สำเร็จลุล่วง
สาเหตุของสมาธิสั้น
ปัจจุบัน สาเหตุของการเกิดโรคสมาธิสั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่กำลังมีการศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นเหตุให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น หรือเด็กอาจเป็นโรคสมาธิสั้นจากหลายปัจจัยเหล่านี้รวมกัน ได้แก่พันธุกรรม ผลการค้นคว้าชี้ว่า ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นมักมีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องที่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน ดังนั้น จึงมีแนวโน้มที่โรคสมาธิสั้นจะส่งต่อกันผ่านทางพันธุกรรม
โครงสร้างสมอง อาจเป็นโครงสร้างแต่กำเนิด หรืออาจเกิดจากการได้รับบาดเจ็บกระทบกระเทือนทางสมองตั้งแต่ในครรภ์ หรือในช่วงที่เป็นเด็กเล็ก
จากการสแกนสมองคนทั่วไปเทียบกับผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น พบว่าพื้นที่บางส่วนของสมองผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นมีขนาดเล็กกว่า และบางส่วนก็มีขนาดใหญ่กว่า รวมทั้งการขาดความสมดุลของระดับสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นโรคสมาธิสั้น
การตั้งครรภ์และการคลอด ผู้เป็นแม่อาจสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติดในขณะตั้งครรภ์ หรืออาจอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ และเต็มไปด้วยมลภาวะ จึงรับเอาสารพิษเข้าสู่ร่างกายจนมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ รวมไปถึงการก่อนกำหคลอดหนด และการมีน้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำ
สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ผู้ป่วยอาจได้รับสารพิษและสารเคมีที่เป็นอันตรายเข้าสู่ร่างกายในขณะที่ยังเป็นเด็กเล็ก เช่น ได้รับสารตะกั่วเข้าไปในร่างกายเป็นปริมาณมาก
ส่วนความเชื่อที่ว่า การดูโทรทัศน์และการเล่นวิดีโอเกมจะทำให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้นนั้น ยังไม่มีผลการค้นคว้าที่ยืนยันได้แน่ชัดในปัจจุบัน แต่มีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนระหว่างเด็กสมาธิสั้นกับวิดีโอเกมคือ การดูรายการโทรทัศน์บางอย่างหรือการเล่นเกมบางเกมจะตอบสนองต่อความต้องการของเด็กสมาธิสั้นที่ไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อสนใจอยู่กับสิ่งใดนาน ๆ ทำอะไรฉาบฉวย ปุบปับ แล้วก็เลิกสนใจไป
อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีการอธิบายเชิงสาเหตุ แต่การให้เด็กดูโทรทัศน์ เล่นเกม หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างพอดีทั้งด้านปริมาณและระยะเวลา ย่อมเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงดูเด็ก
เรื่องเล่าเด็กชายแมน
เด็กชายแมนเป็นเด็กที่ติดเกมส์งอมแงม กลับมาจากโรงเรียนก็เล่นแต่เกมส์ ไม่สนใจการเรียน และไม่ทำการบ้านที่ครูสั่ง เล่นเกมส์ตลอดเวลา ทำให้แม่หนักใจมากไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะเด็กชายแมนสอบตก 6 วิชารวด เพราะมัวเล่นแต่เกมส์ แม่จึงหาวิธีที่จะให้เด็กชานแมนกลับมาตั้งใจเรียน พาลูกทำหลายอย่าง ทานอาหารดีๆ รวมถึง ทานอาหารเสริมหลายตัว แต่ก็ไม่ดีขึ้น จนแม่มาพบอาหารเสริมตัวหนึ่ง ที่ชื่อว่า อเลอไทด์ แม่จึงซื้ออเลอไทด์มาให้ลูกทาน เช้า เม็ด เย็นเม็ด ผ่านไปสามเดือน เด็กชายแมนค่อยเลิกเล่นเกมส์หันมาตั้งใจเรียน ตั้งใจทำการบ้านที่ครูสั่ง และก็สามารถเรียนได้ทันเพื่อนๆและสามารถกลับมาเรียนเป็นได้ลำดับต้นๆของกลุ่มเพื่อนๆ คุณแม่ท่านใดพบปัญหาแบบนี้สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 065-096-4419 มาดูความเปลี่ยนแปลงของเด็กชายแมน
เรื่องสมาธิสั้นของเด็กชายเอ
เด็กชาย เอ นามสมมุติ เป็น โรคสมาธิสั้น ตั้งแต่เล็ก ผู้ปกครองก็พาไปมาหลายที่ แต่ก็ยังไม่หาย เรียนแบบปกติไม่ได้เพราะเรียนไม่ทันเพื่อน และครูสอนอะไรก็ไม่จำ แต่เด็กชายเอจะจำในเรื่องที่เขาสนใจเช่น การเล่นโทรศัพท์ การเล่นเกมส์ เรื่องอื่นเขาไม่จำ ทำให้ผู้ปกครองหนักใจมากว่าจะทำอย่างไรดี และวันหนึ่ง ได้มาพบผลิตภัณฑ์ ดูแลสมองตัวหนึ่ง ที่ชื่อว่า อเลอไทด์ ผู้ปกครองจึงซื้อมาให้เด็กชายเอทาน ปรากฎว่าทานไปได้ ประมาณ 2 เดือน ผลสอบออกมาเด็กชายเอ ได้เกรด A ผู้ปกครองจึงอยากจะบอกผู้ปกครองที่มีปัญหาลูกสมาธิสั้น ให้รู้จักผลิตภัณฑ์ อเลอไทด์ ซึ่งจะสามารถช่วยลูกหลานของทุกท่านได้เป็นอย่างดี จึงขอฝากข้อมูลนี้ไว้เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน
































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น